โดนกิเลสหลายตัวเล่นงานพร้อมกัน ส่วนใหญ่เป็นผลมาจากกรรมที่ทำไว้ทั้งนั้น ผลกรรมไม่ไปไหนจริง ๆ บางครั้งมันเพียงแต่ชะลอผลเท่านั้น จิตใจตอนนี้ออกไปในแนวท้อแท้ อยากหนีไปจากโลกนี้ ซึ่ง ก็ยังเป็นกิเลสอีกตัวหนึ่งนั่นเอง อาการอยากหนีอาการไม่สู้กับความจริง ไม่ใช่วิสัยของปราชญ์ รู้และเข้าใจดี แต่ตอนนี้มันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ ทั้ง ๆ ที่ฝึกจิตใจมาพอสมควรแต่ตอนนี้นั่งอยู่อยากจะร้องให้จริง ๆ เลย อาการหนักอึ้งไปหมด ทั้งร้อนรน ทั้งเศร้าหมอง ทั้งสับสน จิตใจเป็นอืด ๆ ไม่คล่องแคล่วว่องไว เหมือนคนเดินทางไกลกำลังปีนภูเขาแล้วหมดแรง ตอนนี้ไม่มีกำลังก้าวไปไหนแล้วจริง ๆ ช่วงนี้คงต้องเลิกสอนคนอื่นไปก่อนเพราะตัวเองไม่ไหวแล้ว จะตายแล้ว คงต้องเลิกกันที เพราะพอสอนคนอื่นเหมือนกับพยายามไปลากเข็นคนอื่น หนักทั้งตัวเอง หนักทั้งคนถูกลาก
เพิ่มเติมภายหลัง: จิตใจมันก็เป็นอย่างนี้นี่เอง เดี๋ยวมันก็ขึ้น เดี๋ยวมันก็ลง แล้วแต่มันจะเป็นไป ณ วันที่มาบันทึกเพิ่มเติมนี้ ความรู้สึกแบบนี้ไม่เหลือแล้ว มันหายไปไหน เป็นความสดใสเหมือนเดิมแล้ว แท้ที่จริงแล้วมันเกิดแล้วมันก็ดับ ขนาดจิตใจของเราที่ได้ฝึกมาพอสมควรยังโดนเล่นงานได้ขนาดนี้ คนที่ไม่มีธรรมะอยู่ประจำใจ ไม่ได้ฝึกเจริญสติ คงหนักหนาเอาการ แล้วก็โดนซ้ำซากไม่รู้จักเบื่อ ไม่รู้จักจำ เพราะไม่เคยดู แต่สำหรับเราคนที่มีสติ ตามรู้ จิตใจอยู่เนือง ๆ จึงทำให้พอจะเข้าใจธรรมชาติของมัน แล้วพอมันเห็นบ่อย ๆ มันก็เข็ดไม่ค่อยปล่อยให้ตัวเอง ถลำลงไปเกลือกกลั้วกับอารมณ์สกปรก อย่างเช่น ราคะ โทษะ โมหะ ความเศร้าหมอง หดหู่เป็นต้น
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment