Monday, November 28, 2005

คุณปู่สิ้นบุญ

วันนี้เวลาประมาณ ๑๗ นาฬิกา ๔๕ นาที ปู่ได้เสียชีวิตลงที่โรงพยาบาลบุรีรัมย์ ครั้งสุดท้ายที่เห็นหน้าปู่คือ วันที่ ๓ มกราคม ๒๕๔๘ ตอนนั้นเราบวชแล้วเดินทางไปหาปู่ตั้งใจว่าจะไปสอนธรรมะ เหมือนกับที่สอน ย่า ตา ยาย แต่ก็ไม่ได้ผลเพราะปู่ท่านความจำเริ่มเสื่อมไปเสียแล้ว คุยกันไปแป็บเดียวก็จำไม่ได้ และล่าสุด วันที่ ๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมาได้ทราบข่าวว่าท่านอาการหนักหลังจากเข้าโรงพยาบาลมา ๓ - ๔ วัน และสุดท้ายก็มาเสียชีวิตวันนี้ ต้องวางอุเบกขา เพราะไม่รู้จะช่วยท่านได้ยังไง จนปัญญาของเราจริง ๆ

จิตใจนั้นไม่กระทบกระเทือนเท่าไหร่นัก เพราะทราบอาการของปู่มาเป็นระยะแล้ว และจิตใจมันก็พอที่จะเข้าใจธรรมชาติของความตายพอสมควรแล้ว แต่สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ มันย้อนมาหาตัวเองว่า ถ้าสมมุติเราตาย วันนี้ ตอนนี้เหมือนกับปู่ จะเป็นยังไง คนทั่ว ๆ ไปเวลาตายก็ไม่รู้ว่าจะไปไหน จิตใจก็โดนแรงแห่งกรรมส่งไป ส่วนเจ้าตัวนั้นไม่รู้เรื่องอะไรเลย กลิ้งไปเหมือนลูกบอลที่โดนกรรมเขาเตะไปซ้ายที ขวาที ข้างล่างที ข้างบนที

ช่วงนี้ได้รับข่าวจากคนรอบข้างค่อนข้างเยอะ พี่สาว กับ เพื่อนก็พึ่งคลอดลูก น้องที่รู้จัก กับเพื่อนอีกคน ก็พึ่งแต่งงาน เพื่อนอีกคนก็กำลังจะรับปริญญา ญาติที่รู้จักก็ป่วยมาเป็นปี สุดท้ายก็ได้ข่าวว่าปู่เสียชีวิต ครบทุกสูตร เลย ตั้งแต่เกิด เรียนจบรับปริญญา แต่งงาน มีลูก แก่ แล้วก็ตาย ชีวิตมันมีเพียงแค่นี้เองหรือเนี่ย ชีวิตเกิดมาดิ้นรนกันไปสุดชีวิต แล้ววันหนึ่งก็มาตายทิ้งกันไปเฉย ๆ ดิ้นรนแทบตาย ดิ้นเพื่อจะไปตายข้างหน้านี้เอง เห็นแล้วก็เกิดความสลดสังเวชใจในชีวิตมนุษย์ของเราที่ดิ้นรนวุ่นวายอยู่ไม่หยุดหย่อน เส้นทางสายนี้ทำไมมันรันทดเช่นนี้

ไปอีกทางดีมั๊ย ทางสายเอกที่พระพุทธองค์ท่านประทานไว้ "มหาสติปัฏฐาน"

No comments: