Monday, July 18, 2005

กำลังใจ

ช่วงนี้หลวงตามหาบัวท่านอยู่ที่กรุงเทพฯ พักอยู่ที่สวนแสงธรรม ตอนเย็น ๆ ทาง www.luangta.com จะมีถ่ายทอดสดผ่าน อินเตอร์เน็ตความเร็วสูง ก็เลยมีโอกาสได้ฟังธรรมหลวงตาสด ๆ พร้อมทั้งห็นภาพด้วย ส่วนใหญ่ท่านก็เทศน์สอนญาติโยมธรรมดาไปเรื่อย ๆ และก็มีคนนำทอง และก็เงินมาถวายท่านเป็นระยะ เพื่อสมทบผ้าป่าช่วยชาติ และก็ช่วยเหลือสังคมส่วนอื่น ๆ

เมื่อวันก่อน (ศุกร์ที่ ๑๕ พฤษภาคม ๒๕๔๘) มีพระเข้าไปหาท่านท่านก็เลยเทศน์เรื่องเกี่ยวกับพระหลาย ๆ เรื่อง เช่นเรื่องอดนอนผ่อนอาหาร ท่านก็อธิบายว่าพระที่ท่านปฏิบัติท่านทำไปทำไม จะไม่ขัดกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าท่านสอนให้เดินทางสายกลางหรอกหรือ ท่านก็อธิบายว่า ที่อดไม่ได้อดเพื่อบรรลุมรรคผลนิพพาน เพราะการบรรลุมรรคผลไม่ได้เกิดเพราะการอดหรือบำเพ็ญตบะ แต่สาเหตุที่พระท่านอดนอนผ่อนอาหารเพราะว่า ต้องการลดราคะ เพราะถ้าหากเรากินอาหารอุดมสมบูรณ์ร่างกายมันก็พร้อม ราคะมันก็มีกำลังเยอะ กิเลสมันก็มีกำลังเยอะ ถ้าเราอด ๆ บ้างกำลังของราคะมันลด มันทำให้จิตใจมั่นคงมากขึ้น เป็นสมาธิมากขึ้น แล้วก็ทำให้ต่อยอดได้ดี ทำให้การภาวนาเจริญก้าวหน้าได้ แต่ก็ไม่ได้เหมาะกับทุก ๆ คน

มีอีกตอนท่านเล่าให้ฟังถึงความมุ่งมั่นในการภาวนาของท่านให้ฟังว่า ตอนที่ท่านอยู่กับหลวงปู่มั่น ก็จะมีหลายครั้งหลายคราที่ลาหลวงปู่มั่นขึ้นเขาไปภาวนาอยู่บนเขาคนเดียว ท่านบอกว่าขึ้นเขาเหมือนกับขึ้นเวทีชกมวย ขึ้นไปครั้งแรกกิเลสมันถีบทีเดียวตกเขา เพราะว่าเรามันมวยบ้าน มวยหัดใหม่ แต่กิเลสมันแชมป์โลก เพราะมันครองอยู่บนหัวใจเรามานาน พร้อมทั้งครองอยู่บนหัวใจคนทั้งโลกด้วย มันช่ำชองเก่งกาจมาก คนที่จะสู้มันได้หายากเต็มที ท่านบอกว่าต้องทุกข์ทรมานมากตอนที่โดนมันเล่นงาน จำไม่ลืม ขึ้นชกยกแรกโดนมันเตะเอาทีเดียวกระเด็นตกเวทีเลย แล้วก็ลงเขามาหาพ่อแม่ครูอาจารย์ หลวงปู่มั่น ท่านก็สอนแนะนำใหม่ ก็ขึ้นเขาไปใหม่ พอขึ้นไปรอบสองก็โดนมันถีบอีก กระเด็นอีก กิเลสนี่มันเก่งจริง ๆ แต่ท่านก็ไม่ย่อท้อ ลงเขามาใหม่ แล้วก็ขึ้นไปใหม่ ตั้งหลายรอบ ทุก ๆ รอบก็จะโดนกิเลสเล่นงานลงมาทุกรอบ สู้มันไม่ได้เลยแบบชั้นเชิงมันคนละชั้น แต่อยู่มาวันหนึ่งท่านบอกว่าซัดมันหน้าหงายไปหนึ่งที อ้าว มึงก็หน้าหงายเป็นเหมือนกันเหรอท่านบอก ทำให้ท่านมีกำลังใจมากขึ้นเพราะเห็นกิเลสมันหน้าหงายไปทีนึง ทำให้มีกำลังใจสู้ ใช้อรรถใช้ธรรมสู้กับกิเลสอย่างมุ่งมั่น ท่านบอกว่าหลังจากนั้นก็อัดกันเรื่อยมาตลุมบอลกัน ระหว่างกิเลสกับธรรม ไม่ถอย จิตใจก็หมุนติ้ว ๆ สุดท้ายวันนึงซัดกิเลสลงไปนอนไม่ลุกขึ้นมาเลย จิตใจก็สว่างไสวไปด้วยอรรถด้วยธรรม
นั่งฟังเรื่องที่ท่านเล่าแล้วมีกำลังใจ เป็นสิ่งช่วยเสริมกำลังใจให้ปฏิบัติภาวนา ใจมันฮึกเหิม อีกอย่างองค์ท่านก็บอกกล่าวสำหรับผู้ที่สงสัยในมรรคผลนิพพานว่า ท่านเป็นพยาน มรรคผลนิพพาน มีจริงท่านทำได้แล้ว พ้นทุกข์ทางใจสิ้นเชิงแล้ว และก็นั่งเป็นพยาน เป็นกำลังใจให้กุลบุตรผู้มาทีหลังให้ก้าวเดินด้วยความมั่นใจ ไม่ต้องลังเลสงสัย มรรคผลนิพพานยังไม่หมดสมัย มีอยู่จริง ขอให้มุ่งมั่นทำไปเถอะจะประสบผลสำเร็จสักวัน

ท่านอาจารย์ปราโมทย์ ก็เคยบอกว่า ให้ปฏิบัติไปเถอะ ถ้าวันไหนจิตมันตื่นขึ้นมา มันจะสว่างไสวอยู่ทั้งวัน ความทุกข์มันจะหายไป นี่ก็เป็นกำลังใจที่สำคัญอีกอันหนึ่งเหมือนกัน

เรานั้นโชคดีที่มีผู้ปฏิบัติได้ผลล่วงหน้าไปก่อนแล้วมาให้คำแนะนำสั่งสอน ถ้ามามั่วเอาเอง ทำไปจนตายก็คงยังไม่ถึงไหน ถึงแม้ว่าพระบางองค์เราจะไม่ได้เห็นท่านไม่รู้จักท่าน แต่ท่านเหล่านั้นก็เป็นกำลังใจให้เราก้าวเดินในทางธรรมนี้อย่างมุ่งมั่น ว่าสักวันเราจะก้าวข้ามฝั่งไปได้เหมือนอย่างที่พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์สาวกทั้งหลายที่ท่านก้าวข้ามไปกันแล้ว เหมือนกับท่านว่ายน้ำข้ามไปก่อนแล้วยืนอยู่บนฝั่งเป็นกำลังใจให้เราผู้ซึ่งตะเกียกตะกายว่ายตามท่านผู้เจริญเหล่านั้นไป ซักวันหนึ่งเราคงขึ้นฝั่งได้เหมือนท่าน

No comments: