Tuesday, June 07, 2005

วันที่ ๒๖๙ กัลยาณมิตร

กัลยาณมิตร คำนี้เป็นคำที่มีความไพเราะอยู่ในตัว ทั้งความหมายก็ดี เป็นคำที่ผมชอบมากคำหนึ่ง คำว่ากัลยาณมิตร ความหมายในสามัญสำนึกของคนทั่วไป หมายถึง เพื่อนที่ดี ในความหมายส่วนตัวของผมหมายถึง เพื่อนที่ดีทางจิตวิญญาณ ของแต่ละบุคคลซึ่งเป็นนักเดินทางผู้โดดเดี่ยว ต่างคนต่างเกิดต่างตาย เวียนมาเจอกันแล้วก็จากกัน เจอคนโน้นเจอคนนี้ในฐานะ เพื่อน พ่อ แม่ พี่ น้อง สามี ภรรยา แล้วก็จากกันอีก แล้วก็พบกันใหม่ บางคนก็ได้พบกันบ่อย บางคนก็พบกันน้อย แล้วแต่กรรมที่ทำร่วมกัน เพราะฉะนั้นคำว่ากัลยาณมิตรในความหมายของผมก็คือ นักเดินทางผู้ซึ่งมาร่วมเดินทางไปด้วยกัน ในระยะทางสั้น ๆ สายหนึ่งก่อนจะจากกัน แต่ขณะเดินร่วมทางกันนั้นก็ได้ส่งเสริม ช่วยเหลือ ให้กำลังใจ ช่วยพยุง ช่วยแนะนำในสิ่งที่ดี และที่สำคัญเป็นเพื่อนผู้ซึ่งเดินไปในทิศทางเดียวกัน สู่จุดหมายเดียวกัน ผู้ที่เกิดมาเจอกับผมแล้วร่วมเดินในสายทางแห่งธรรมไปกับผม ผมถือว่าท่านเหล่านั้นเป็น กัลยาณมิตร ของผม

ส่วนในพระไตรปิฎกนั้น กัลยาณมิตร หมายถึง ครูอาจารย์ผู้คอยชี้แนะ ไม่ให้เราหลงทาง เป็นครึ่งหนึ่งของพรหมจรรย์ นอกเหนือจาก โยนิโสมนสิการ ซึ่งหาได้ยากในสมัยปัจจุบันแต่ก็ไม่ถึงกับขาดแคลน ยังพอหาได้

พี่ปิ่นเป็นกัลยาณมิตรของผมคนหนึ่งที่มีบุญคุณกับผมมาก ผมไม่ค่อยได้เจอกับพี่ปิ่นบ่อยนัก ถึงแม้เราจะอยู่บริษัทเดียวกัน แต่เราก็อยู่คนละโรงงาน แต่ทุกครั้งที่เจอกันจะมีแต่สิ่งที่ดี ๆ เสมอ ในเชิงปริมาณนั้นน้อย แต่คุณภาพนั้นคับแก้ว ผมขออนุญาตเอา เมลล์ที่คุยติดต่อกับพี่ปิ่นมา บันทึกไว้ ณ ที่นี้

/----------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีครับโอม สบายดีเหรอ? ไม่ได้เจอกันนานเลย การปฏิบัติเป็นอย่างไรบ้างครับช่วงนี้ ( ^_^ )

พี่ปิ่น

ps, สิ้นเดือนนี้วันที่ 30 มิย. พี่เชิญคุณ ดนัย จันทร์เจ้าฉาย มาบรรยายที่ซีเกท เทพารักษ์น่ะ ( แกก็เป็นลูกศิษย์หลวงพ่อปราโมทย์ด้วยเช่นกัน)
ลองดูประวัตินะ เผื่อโอมมาเทพารักษ์ช่วงนั้น ---> Link ตอนแรกพี่ก็เชิญแกไปโคราชด้วยเช่นกันแต่แกไม่สะดวก เลยกลายเป็นที่นี่ที่เดียวเอง

/-----------------------------------------------------------------------------------


สวัสดีครับพี่ปิ่น

ผมสบายดีครับ จะมีบ้างก็อาการปวดหลังที่เป็นมานานมาก เป็นสิบปีแล้ว ช่วงนี้ชักกำเริบ พี่เชื่อไหมครับว่าอายุขนาดผมมีปัญหาเรื่องปวดหลังเหมือนคนแก่เลย สงสัยเคยทำกรรมไม่ค่อยดีไว้ เลยต้องมารับวิบาก แต่ไม่เป็นไรหรอกครับ เพราะจิตใจไม่ได้ไปทุกข์กับมัน มันปวดก็ให้มันปวดไป พี่เองก็เคยปวดเมื่อหลายปีมาแล้วเช่นกันครับ ปวดจนขนาดเดินไม่ได้เลยแต่เป็นอยู่ประมาณอาทิตย์เดียวก็หายไปแบบไม่มีร่องรอย
เป็นเรื่องที่แปลกเช่นกัน คงเป็นกรรมลักษณะคล้ายๆกันแน่เลยในอดีต แต่พี่เองตั้งแต่เล็กจน 10 ขวบกว่า จะเป็นคนที่มีบาดแผลบ่อยมากเดี๋ยวมีดบาด หัวแตกฯลฯ ต้องเย็บแผลกันตลอด มีคนบอกว่าสงสัยเคยเป็น
พวกนักรบโบราณมาก่อน เลยต้องเลือดตกยางออกบ่อยๆ


การปฏิบัติก็ดีนะครับ คิดว่าคงเข้าที่เข้าทางมากขึ้น ถึงมันจะขึ้น ๆ ลง ๆ ซึ่งก็เป็นปกติของมัน แต่ไ่ม่รู้ว่าช่วงนี้ความทุกข์ตัวใหญ่ ๆ มันหายหัวไปไหน ไม่ค่อยโผล่มาให้เห็น เห็นแต่ตัวเล็ก ๆ น้อย ๆ ปฏิบัติไปปฏิับัติมา ชักเอะใจ เอ๊ะ นี่มันจะสบายไปหรือเปล่า แล้วเหมือนผมไม่ได้ทำอะไรเลย คือ ไอ้ตัวอารมณ์ มันก็วิ่งขึ้นลงตามประสาของมัน ได้ตัวสติมันก็ทำงานของมันเอง ทำบ้างไม่ทำบ้างก็แล้วแต่มัน แต่รู้สึกว่ามันเก่งขึ้นเรื่อย ๆ มันเก่งของมันเอง ทำไปทำมาจะว่าปฏิบัติก็ไม่ใช่ จะว่าไม่ปฏิบัติก็ไม่ใช่ เพราะผมไม่ได้ทำ มันทำของมันเอง ไม่เป็นไรเรื่องของมันปล่อยมันไปเถอะครับ (พูดเหมือนเป็นคนอื่นเลยเนอะ ^_^) อย่างนี้แหละครับ อย่างที่หลวงพ่อปราโมทย์ท่านว่า แรกๆกิเลสมันก็หน้าตาเหมือนผู้ร้าย เราเห็นปุ๊บ ก็รู้ปั๊บ แต่พอกิเลสมันละเอียดขึ้น มันก็เหมือนผู้ร้ายที่หน้าเหมือนพระเอกทำให้เราดูยากขึ้นๆ ถ้าเรารู้ตัวเป็นแล้วก็ไม่ต้องกังวลครับ ดูจิตไปเรื่อยๆ มันก็จะพัฒนาของมันไปเองครับ

ผมกำลังเริ่มทำหลาย ๆ อย่าง ตั้งใจว่าจะทำให้สังคม ประเทศชาตินี่แหละครับ มีที่เกี่ยวกับ ธรรมะ คือ

- ผมกำลังช่วยอาจารย์มหาธีรนาถ พิมพ์ประวัติหลวงปู่ศรี มหาวีโร ซึ่งท่านก็เป็น ศิษย์หลวงปู่มั่น รุ่น ๆ เดียวกับหลวงตามหาบัว นั่นแหละครับ เวลาไปออกงานจะเห็นท่านไปด้วยกันบ่อย ๆ แต่ตอนนี้ท่านชราภาพมากแล้ว _/\_อนุโมทนาด้วยครับนับว่าเป็นงานกุศลที่น่ายกย่องเป็นอย่างยิ่ง การได้ช่วยเหลือกิจการบุญแบบนี้หาได้ยากนัก

- และอีกอันก็ช่วยท่านพิมพ์ คู่มือนักธรรมชั้นตรีเพื่อเอาไปแจกให้นักศึกษาที่กำลังศึกษาธรรมะ และจะสอบนักธรรมชั้นตรีปลายปีนี้ อาจารย์ท่านบอกว่าจะให้ผมสอบนักธรรมชั้นตรีกับเขาด้วย แต่ผมคิดไปคิดมา ผมไม่สอบดีกว่า เพราะเดี๋ยวจะเป็นการเพิ่ม มานะ ให้ตัวเองเปล่า ๆ เดี๋ยวคิดว่าตัวเองเก่ง ไม่เอา ผมว่าจะอ่านให้มีความรู้ก็พอแล้ว ระดับขั้นชั้นนั้นชั้นนี้ถ้าเอามาเกรงว่ามันจะเป็นพิษกับตัวเอง ผมดูแล้วพระที่ท่านปฏิบัติดีปฏิบัติชอบไม่ใช่ท่านปฏิบัติอย่างเดียว ปริยัติท่านก็เอาใจใส่เหมือนกัน เช่นหลวงปู่มั่น นี่เท่าที่ทราบ ปริยัติ ท่านก็แน่นมาก ท่านศึกษาอยู่หลายปีเหมือนกัน เพียงแต่ว่าท่านไม่ไปสอบเอาระดับขั้นเท่านั้นเอง
พี่เองก็มีความเห็นเหมือนกับโอมครับ ตัวพี่เองก็ไม่เคยชอบการแข่งขันอะไรเลยตั้งแต่เด็กแล้ว รู้สึกว่าทำไมต้องอวดกัน ทำไมต้องเราดีกว่าเขา เขาแย่กว่าเราฯลฯ

- อีกอันกำลังทำเว็ปให้วัดป่าภูผาสูง (www.pupasoong.com) จะรวบรวมงานที่มีคุณภาพที่ดี เอามาเผยแพร่ เพราะที่นี่มีงานที่ดีมีคุณภาพเป็นจำนวนมาก แต่พอพิมพ์แจก หรือ Write CD แจกแล้วก็หมด คนอยากได้ทีหลังก็หาลำบาก ผมจะเอาไฟล์ต้นฉบับที่ส่งโรงพิมพ์ และก็ไฟล์ MP3 ต่าง ๆ มาให้ Download กัน โดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับหลวงปู่มั่น นี่ผมจะเน้นเป็นพิเศษ เพราะผมถือว่าท่านมีบุญคุณกับผมมาก เหมือนกับอาจารย์ปราโมทย์ และพระพุทธเจ้าของเรา นี่แหละครับ ทั้งสามท่านนี้มีความสำคัญกับผมมากจริง ๆ _/\_ อนุโมทนาด้วยครับ ถือเป็นกุศลที่ยิ่งใหญ่จริงๆครับเพราะกว้างขวางและไพศาลมาก

- อีกอันกำลังทำ Blog เกี่ยวกับ ธรรมะ กำลังคิดอยู่ว่า จะใช้ชื่อ กัลยาณมิตร www.kanlayanamitr.com หรือว่า www.dhammablog.com ดี (พี่ปิ่นช่่วยโวตมาก็ดีนะครับ ถ้ามี 2 ชื่อพี่ว่าใช้www.kanlayanamitr.com น่าจะดีครับ ) เว็ปนี้จะเป็นลักษณะการทำงานของ blog หรือ weblog นั้นเอง คือ แต่ละคนจะไ้ด้บันทึก การปฏิบัติธรรมของตนไปเรื่อย ๆ ตั้งแต่วันเริ่มต้น เป็นเหมือนบันทึกส่วนตัว และจะเปิดเผยให้คนอื่นอ่านหรือไม่ก็ได้ (คล้าย ๆ กับลักษณะของตัวละครใน ๗ เดือนบรรลุธรรม นะครับ แต่ทำผ่าน blog) และถ้าเปิดเผยให้คนอื่นอ่าน ก็อาจจะมีคนเข้ามาช่วย Comment ได้ เช่นผู้ที่เคยเดินทางผ่านจุดนั้น ๆ มาก่อน หรืออาจจะเห็นว่าเขากำลังออกนอนลู่นอกทาง ก็ช่วยดึงเข้ามาในทางได้ โดยปกติแล้วผมก็จะบันทึกการปฏิบัติของผมอยู่แล้ว แต่่ว่ามันอยู่ในเครื่องของผม เท่าที่ดูผมว่ามันเป็นประโยชน์มาก เวลาผมกลับไปอ่านดู จะเห็นความก้าวหน้า เห็นความผิดเดิม ๆ ทำให้ไม่ผิดซ้ำ เห็นจิตใจตัวเองในแต่ละช่วง ฯลฯ บางครั้งเราคลุกอยู่วงในกับปัญหาแล้วมองไม่ออก พอมาอ่านบันทึกของตัวเองก็เหมือนกับการถอยออกมาเป็นคนมองตัวละครอีกครั้งหนึ่ง ก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน และอีกประการก็คือ เพื่อน ๆ ที่เริ่มปฏิบัติใหม่ ๆ ผมพบว่าเขาก็จะเจอปัญหาคล้าย ๆ กับผมเหมือนกันในตอนเริ่มต้น ถ้าเขาสามารถได้มาอ่านของผมก็เหมือนเป็นการตอบคำถามเขาไปในตัว ดีมากเลยครับเท่ากับให้ธรรมะเป็นทานแบบไม่เจาะจงด้วยเลยทีเดียว

- อีกอันกำลังจัดทำ www.freebizsoft.com ผมจะเขียน Software แจกสำหรับธุรกิจขนาดกลาง และขนาดย่อม ให้กับประเทศไทย เพื่อช่วยให้ธุรกิจเหล่านั้นสามารถแข่งขันกับต่่างประเทศได้ เพื่อให้ธุรกิจเหล่านั้นเพิ่มศักยภาพในการจัดการบริหาร ด้วย IT บริษัทขนาดเล็กต่าง ๆ ทั่วประเทศไม่มีปัญญาไปจ้างโปรแกรมเมอร์มาเขียนซอฟแวร์มาเขียนให้ตัวเองหรอกครับ ส่วนใหญ่ก็จะซื้อของถูก ๆ ราคา สองสามร้อยมาใช้ซึ่งก็ไ่ม่ค่อยมีคุณภาพ ถ้าเป็นของดี ๆ ก็จะแพงมาก ซึ่งก็จะแอบใช้ของเถื่อนกัน ผิดทั้งกฎหมาย ผิดทั้งศีล และเป็นการทำกรรมชั่วอย่างเลือกไม่ได้อีกต่างหาก ผมจะมาช่วยทำตรงนี้ให้แล้วให้ Download ฟรี ไปใช้ โดยผมจะเริ่มจาก Software ที่ Common กันมาก ๆ เช่น ร้านขายอะไหล่ ร้านขายของชำ ร้านขายหนังสือ ร้านขายยา อู่ซ่อมรถ ศูนย์บริการ ซอฟแวร์ทางการเกษตร ฯลฯ และ Software ของผมจะแทรกธรรมะให้อ่านทุก ๆ ครั้งที่เปิดใช้งานด้วย เหมือน Trip ของโปรแกรมอื่น ๆ สิ่งที่ผมทำน่าจะช่วยให้ธุรกิจไทยได้มีเครื่องมือดี ๆ ได้ใช้ของถูกต้องตามกฎหมาย การใช้ของเถื่อนกันทั้งประเทศนี้ผมว่ามันเป็นกรรมระดับประเทศ เราถึงได้รับกรรมกันอยู่จนกระทั่งทุกวันนี้ คือการที่ต้องตกเป็น ประเทศที่ต้องเป็นเมืองขึ้นทาง Software ไม่สามารถพัฒนาตัวเองไปเป็นผู้ผลิตเองได้ ต้องตามเขาไปเรื่อย ๆ ในอนาคตถ้าผมทำได้ดี ก็จะมีคนใช้มาก อาจจะมีคนช่วนสนับสนุนเ และอาจจะหาโปรแกรมเมอร์คนอื่น ๆ มาช่วย หรือ อาจจะทำโปรเจคกับทางมหาวิทยาลัยให้นักศึกษาปริญญาตรี ปริญญาโท มาช่วยกันเขียน Software เพื่อสังคมไทย โดยมีเว็ปของผมเป็นศูนย์กลาง เป็นเรื่องที่ดีมากเลยครับ ถ้าทุกคนคิดได้อย่างนี้กรรมในระดับประเทศคงจะทุเลาลงแน่เลย ถือว่าโอมได้ทำกุศลที่ยิ่งใหญ่อีกแล้ว

เขียนยาวไปหน่อยนะครับ ผมเล่าให้พี่ฟังเผื่อว่าพี่จะมีข้อเสนอแนะอะไร ที่เป็นประโยชน์ ทั้งแ่ก่ผมและแก่สังคม คงไม่มีสิ่งใดเพิ่มเติม นอกจากขออวยพรให้โอมถึงฝั่งในเร็ววันนะครับ เหมือนดังที่พี่ได้แนะนำอาจารย์ที่ดีอย่างอาจารย์ปราโมทย์ ให้ผมแล้วรอบหนึ่งความรู้สึกผมพี่ก็เหมือนพี่ชายคนนึงที่ผมนับถือและขอบคุณอยู่ในใจเสมอ พี่คงไม่ว่าอะไรนะครับถ้าผมจะกล่าวขอบคุณอีกรอบ ยินดีมากครับที่ได้มีโอกาส
มีส่วนในการส่งเสริมการปฏิบัติของโอม ถ้ามีสิ่งใดที่พี่ช่วยได้ก็ยินดีนะครับ ( ^_^ ) มีโอกาสคงได้พบกันอีก

ขอบคุณครับ ขอบคุณจริง ๆ

โอม

No comments: