พี่บุญเลิศแนะนำให้ดูรายการ ตามรอยพระพุทธเจ้า ช่อง ๙ พี่เขาบอกว่าดี ผมก็เคยได้ยินแว่ว ๆ ในโฆษณามาแล้วแต่จำวันเวลาไม่ได้ก็เลยไม่ได้ดูตอนแรกเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว พี่บุญเลิศบอกว่าดีมาก
วันนี้ก็เลยตั้งใจเต็มที่ว่าจะดูให้ได้พอถึงเวลาก็เปิดดู แต่เผอิญว่ารายการนี้เล่นเวลาเดียวกันกับ ละครช่อง ๗ พอดี ตัวผมเองไม่ดูอยู่แล้วแต่ปัญหาก็คือ แฟนผมเขาจะดูกำลังติดละครเรื่องหนึ่งอยู่ โดยความเห็นส่วนตัวผมคิดว่าละครแบบนี้เป็นละครน้ำเน่าไร้สาระ แต่ก็งงว่าทำไมคนมันติดกันทั้งประเทศ เรดติ้งเป็นอันดับหนึ่ง รายการประเภทสารคดี ดี ๆ มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็น วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี หรือแม้กระทั่งธรรมะ โดนรายการพวกนี้เบียดเวลาตกขอบไปหมด เอ..... หรือว่าเราคิดผิด คนอื่นเขาคิดถูกกันหมด.....
แต่นั่งคิดไปคิดมาละครน้ำเน่าพวกนี้มันเหมือนกับชีวิตของคนเรานี่เอง ชีวิตของเราส่วนใหญ่มันก็น้ำเน่าแบบนี้แหละ จิตใจของเรามันก็น้ำเน่าอย่างนี้แหละ จิตใจของเรามันก็โง่ ๆ เหมือนพระเอก นางเอกนั่นแหละ แต่มันแตกต่างตรงที่ในหนังเขาจบตอนมีความสุข แต่จิตใจของเรามันจบไม่เป็น พอมันสุข มันก็ดิ้นหาทุกข์ต่อไป วนไปเวียนมาเหมือนนางเอกช่อง ๗ ยอดฮิตที่มีอยู่ ๒-๓ คน เล่นจบเรื่องนี้ตอนจบมีความสุข พอไปเล่นเรื่องใหม่ก็มีความทุกข์ใหม่พอจะมีความสุขหน่อยก็จบอีกละ สังเกตดูดี ๆ ละครส่วนใหญ่จะเดินสายทุกขาปฏิปทากัน คือมีความทุกข์ตลอดเรื่อง ไม่พระเอกก็นางเองต้องโง่ หรือไม่ก็โง่ทั้งสอง โง่ยังไม่พอแถมยังไม่ยอมพูดความจริง กลัวเขารู้ ปิดบังเก็บกดอยู่นั่นแหละ พูดไม่ได้เพราะถ้าพูดความจริงหนังมันจะจบ เวลาไปเห็นอีกฝ่ายอยู่กับตัวอิจฉาก็จะไปเห็นตอนที่บังเอิญใกล้ชิดกันทำให้เข้าใจผิด แล้วก็ไม่ยอมเดินเข้าไปถามให้รู้เรื่อง (ถ้าเดินไปถามหนังมันจะจบ) เสร็จแล้วก็เก็บเอาความทุกข์มาสุมหัวตัวเองอยู่คนเดียว อ้าว......เขียนไปเขียนมาชักลามปาม ดันไปวิพากวิจารณ์ละครเสียแล้ว ถ้าทีมงานที่สร้างละครกำลังอ่านอยู่ให้อภัยผมด้วยนะครับ ด้วยกิเลสของผมยังหนาสาหัส ก็เลยยังมีความเห็นที่บอกว่าชอบหรือไม่ชอบอยู่ในหัว ก็รายงานตามจริงให้รับทราบเท่านั้น
พอตอนดูก็สลับไปมา แต่รายการตามรอยพระพุทธเจ้ากับละครก็เล่นพร้อมกัน โฆษณาก็โฆษณาพร้อมกัน ไป ๆ มา ๆ ก็เลยจะดูไม่รู้เรื่องทั้งสองอย่างผมก็เลยให้แฟนเขาดูละครไปเลย ประเด็นสำคัญอยู่ตรงที่ว่า โดยปกติแล้วถ้าเป็นแต่ก่อน รายการไหนที่อยากดูแล้วไม่ได้ดูนะ จิตใจจะกระวนกระวายมาก ยิ่งเป็นรายการที่ดี ๆ เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าที่เขาใช้เวลาถ่ายทำถึงสองปี ลงทุนถึงสิบล้านบาท แสดงแผนภูมิ แผนที่ เส้นทางที่พระพุทธเจ้าเดินทางออกบวช จากเมืองนั้นไปเมืองนี้ กี่กิโลเมตร ตรัสรู้แล้วเดินทางไปพบปัญจวัคคีย์ จากต้นศรีมหาโพธิ์ ไปป่าอิสิปตนมฤคทายวัน ระยะทางเท่าไร จากไหนไปไหน โดยปกติผมก็รู้อยู่แล้วว่าเหตุการเป็นอย่างไร แต่รู้แบบแบน ๆ สองมิติคือรู้ว่ามีเหตุการณ์นั้นเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น แต่ในรายการนี้เขาแสดงให้เห็นว่าการเดินทางนั้นเดินยังไงไกลแค่ไหนพื้นที่เป็นอย่างไร ทำให้เห็นเป็นภาพเป็นอีกมุมหนึ่งเหมือนมีมิติเพิ่มขึ้นมาเป็นสามมิติ
คิดดูเอาก็แล้วกันว่าคนที่ฝักใฝ่พุทธศาสนามาก ๆ จะมีความสนใจเรื่องราวพวกนี้แค่ไหน และยิ่งเป็นเรื่องที่เกี่ยวกับพระพุทธเจ้าซึ่งผมถือเป็นบรมครู ในการสอนให้เจริญสติ ให้ภาวนา ผมมีความเคารพในตัวท่านมาก ๆ เคารพในรูปแบบที่เป็นการนับถืออย่างสูง เหมือนเรานับถือครูบาอาจารย์ผู้ที่สอนเราอย่างเต็มกำลังความสามารถ โดยไม่คิดหรือเอาสิ่งใด ๆ จากเราเลยแม้แต่อย่างเดียว ไม่ใช่นับถือแบบคนบางคนที่ไหว้พระเพื่อให้โชคดี ให้ถูกหวย ให้พ้นเคราะห์ ให้สอบติด ให้สอบผ่าน ให้หายป่วย ฯลฯ ผมก็งงว่าจะไปเอาอะไรกับท่านอีก สิ่งที่ท่านให้ท่านก็ให้ไว้อย่างเต็มที่แล้ว ไม่มีปิดบัง ไม่มีกั๊กกลัวลูกศิษย์จะเก่งเกินครู ท่านให้ด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ เต็มกำลังความสามารถเท่าที่ท่านให้ได้แล้ว และก็สมบูรณ์แบบไม่มีข้อใดที่ติต้องได้เลย คิดถึงบุญคุณท่านอย่างนี้แล้วมันรู้สึกตื้นตันเหมือนน้ำตาจะไหล
ถ้าจะเปรียบเทียบก็เสมือนลูกที่เกิดมากำพร้าพ่อแม่ เพราะพ่อแม่เสียตั้งแต่ยังเด็ก แต่อยู่มาวันหนึ่งมีคนบอกว่าจะเล่าเรื่องของพ่อแม่ให้ฟัง คิดดูเอาก็แล้วกันว่าคนคนนั้น หรือเด็กคนนั้นจะอยากฟังเรื่องราวที่เขาจะเล่าแค่ไหน ผมก็มีความรู้สึกอยากจะรู้เรื่องราวของพระพุทธเจ้าในลักษณะเดียวกันอย่างนั้น ลองคิดดูนะครับว่า ผมอยากดูขนาดนี้แล้วไม่ได้ดูผมจะไม่พอใจ และทุกข์มากแค่ไหน
ไม่น่าเชื่อผมไม่รู้สึกทุกข์เลย ไม่โมโห ไม่มีความรู้สึกไม่พอใจด้วย ตอนนั้นนั่งหยั่งลงไปในความรู้สึกของตัวเอง เป็นการรู้สึกตัวไปด้วย ไม่เห็นอาการกระวนกระวาย เห็นแต่ความนิ่งของใจ นิ่งจนผิดสังเกตุ จนงงว่าตัวเองเป็นอย่างนี้ไปได้อย่างไร ดูกี่ครั้งก็นิ่ง จะมีความอยากเล็ก ๆ กระเพื่อมบ้างบางครั้งแต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว เฮ้ยเป็นไปได้ยังไงเนี่ย ? งง ? จนลืมรู้สึกตัวว่าตัวเองกำลังงง !!!
ความอยากนั้นไม่ว่าจะอยากอะไรเป็นกิเลสหมด อยากดูละครน้ำเน่า หรืออยากดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้า เป็นความอยากที่มาจากตัณหา คือ ภวตัณหาตัวเดียวกันหมด ไม่มีใครดีกว่าหรือเลวกว่า เป็นความอยากตัวเดียวกัน มีลักษณะอาการเหมือนกัน และก็ให้ผลเหมือนกันคือความทุกข์ ถ้าหากผมทุกข์เพราะไม่ได้ดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้า แสดงว่าผมทุกข์เพราะพระพุทธศาสนา ทุกข์เพราะพระพุทธเจ้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ตรงกันข้ามกับสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงสอนไว้ด้วยซ้ำ ผมเคยเห็นชาวพุทธจำนวนมากทุกข์เพราะพระพุทธศาสนา ทุกข์เพราะไม่ได้ทำบุญ ทุกข์เพราะเห็นคนที่ไม่ดีมาบวชในพระพุทธศาสนาแล้วทำเรื่องที่ไม่เหมาะกับสมณเพศ ทุกข์เพราะอยากดึงคนอื่นเข้ามาในพระพุทธศาสนาแต่เขาไม่สนใจ ฯลฯ แค่ทุกข์เพราะพระพุทธศาสนาก็ผิดทางแล้วครับ เพราะพระพุทธเจ้าสอนให้เราแก้ที่ตัวเองก่อน หลังจากตัวเองดีแล้ว ค่อย ๆ เผยเผยแผ่สิ่งที่ดีงามและหมดจดนั้นไปให้คนอื่นเหมือนกับ พระพุทธเจ้า และพระอรหันต์สาวกทุก ๆ องค์ที่ทำไว้ให้ดูเป็นแบบอย่างที่ดีเสมอมา
ถ้าผมไม่ได้ดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้าแล้วผมเกิดความทุกข์ แสดงว่าผมไม่ได้เดินตามรอยของพระพุทธองค์ เพราะนั่นเป็นการสวนกับทิศทางที่ท่านสอน แต่วันนี้ผมไม่ทุกข์ด้วยเหตุนี้ เป็นผลจากการหัดเจริญสติที่ผ่านมา ถึงแม้จะหัดได้แบบกิ๊กก๊อก เดินแบบช้า ๆ ยิ่งกว่าเต่าต้วมเตี้ยมขาหัก เดิน กระดึ๊บ....กระดึ๊บ....ไปก็ตาม แต่ก็พอให้ผลบ้างแล้ว ผมเข้าใจว่าผมคงพอจะเดินตามรอยพระพุทธเจ้าบ้างแล้ว ไม่ว่าผมจะได้ดูหรือไม่ได้ดูสารคดีตามรอยพระพุทธเจ้าก็ตาม
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment