ตื่นตีห้าลุกขึ้นมานั่งสมาธิ แล้วก็เดินออกไปเล่นข้างนอก บรรยากาศบ้านนอกนี่มันสดชื่นดีจริง ๆ เดินไปจนสุดถนนในหมู่บ้านแล้วก็เดินกลับพร้อมทั้งระลึกลมหายใจไปด้วย รู้สึกดีกว่าเดินวนไปวนมาในห้องมืด ๆ เยอะ พอสายหน่อยก็เลยออกเดินทางเข้าไปจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งอยู่ห่างกันประมาณ 20 กิโลเมตร เอาเงินที่พ่อให้มาตอนไปสมุยไปซื้อบาตรได้บาตรขนาดแปดนิ้วหนึ่งลูกเพราะอยากให้พ่อได้กุศลในการบวชด้วย แล้วก็ไปซื้อของเพื่อไปถวายสังฆทาน
ขับรถไปถึงวัดประมาณเที่ยง รู้ลมหายใจและความคิดไปเรื่อย ๆ ตลอดทาง พอไปถึงก็กราบหลวงตาแล้วถวายสังฆทาน พร้อมทั้งถวายหนังสือประทีปส่องธรรม แล้วก็ฝากบาตรไว้กับหลวงตา หลังจากนั้นก็คุยกันนานประมาณสามชั่วโมง หลายเรื่องมาก ประเด็นหลัก ๆ ก็จะเป็นประวัติการปฏิบัติของท่าน และของครูบาอาจารย์ท่านอื่น ๆ เรื่องราวต่าง ๆ ที่เจอ เช่น ผี เทวดา การมาอยู่ที่นี่ซึ่งเป็นป่าช้า ท่านมารื้อป่าช้าอยู่ เจอเรื่องราวพอสมควร ก็เลยถามท่านเรื่องอสุภกรรมฐาน ได้วิธีการปฏิบัติมาพอสมควร แต่ท่านแนะนำให้ลองทำไปทีละอย่างอย่าง อย่าทำสเปะสะปะ ท่านแนะนำว่าถ้าหากนั่งสมาธิแล้วได้กลิ่นหอม เหมือนดอกมะลิแล้วมีเสียงคุยกันหัวเราะคิก ๆ คัก ๆ เบา ๆ แสดงว่าเป็นเทวดาหรือนางฟ้าท่านอยู่แถวนั้น แต่ถ้าเป็นกลิ่นสาปเหม็นเน่าแสดงว่ามีการตายหรือฆ่ากันตาย หรืออะไรซักอย่างอยู่แถวนั้น ท่านบอกว่าให้จุดธูปบอก ก็เลยถามท่านว่าไม่ให้หนีหรอกหรือ ท่านบอกว่าไม่ให้หนีให้จุดธูปแล้วแผ่เมตตา แล้วท่านก็กำหนดวันบวชให้ คือให้บวชวันที่ 5 ธันวาคม 2547 ซึ่งตรงกับวันพ่อพอดี แล้วก็คุยเรื่องจริต หลวงตาท่านบอกว่าเท่าที่ฟังมาเราน่าจะเป็นประเภทศรัทธาจริต ก็น่าจะตรงอยู่มากที่เดียว
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment