รูสึกตัวก่อนตีห้าแต่ไม่ลุกไม่ดูนาฬิกา พอได้ยินเสียงโทรศัพท์มือถือปลุกค่อยลุก มาหุงข้าวกล้องแล้วขึ้นไปเดินจงกรม แต่เดินได้ไม่นานเหมือนทุกวันเพราะปวดท้องก็เลยลงมาเข้าห้องน้ำ แล้วก็อาบน้ำแต่งตัวไปวัดป่าสาละตามปกติ ซึ่งไม่ได้ไปมาหลายสัปดาห์แล้วเพราะไม่ได้อยู่ที่โคราช
พิจารณาธรรม เรื่องสภาวะแห่งนิพพานอยู่ หลายชั่วโมง ความเข้าใจในระดับสัญญาคิดว่าเข้าใจพอสมควรแล้ว ไม่อยากอธิบายในที่นี้เพราะกลัวจะผิดพลาด เพราะเป็นความเข้าใจในระดับสัญญาเท่านั้น เอาไว้ตอบคำถามเรื่องสภาวะนิพพานให้ตนเองคร่าว ๆ เท่านั้น
อย่าได้ยึดถือ เนื้อความนี้ได้เคยศึกษา และอ่านมาแล้ว แต่วันนี้ได้เปิดดูพระไตรปิฎก เพื่อเป็นการยืนยันว่า ในพระไตรปิฎกมีจริงเท่านั้น เป็นเรื่องราวที่พระพุทธเจ้าท่านเสด็จไปเทศโปรด พวกชนกาลามโคตร คัดมาเพียงบางส่วนเท่านั้น
เกสปุตตสูตร [๕๐๕] ๖๖
พระผู้มีพระภาคต รัสว่า ดูกรกาลามชนทั้งหลาย ก็ควรแล้วที่ท่านทั้งหลายจะเคลือบแคลงสงสัย และท่านทั้งหลายเกิดความเคลือบแคลงสงสัยในฐานะที่ควรแล้ว มาเถิดท่านทั้งหลาย
ท่านทั้งหลายอย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำที่ได้ยินได้ฟังมา
อย่าได้ยึดถือตามถ้อยคำสืบๆ กันมา
อย่าได้ยึดถือโดยตื่นข่าวว่า ได้ยินอย่างนี้
อย่าได้ยึดถือโดยอ้างตำรา
อย่าได้ยึดถือโดยเดาเอาเอง
อย่าได้ยึดถือโดยคาดคะเน
อย่าได้ยึดถือโดยความตรึกตามอาการ
อย่าได้ยึดถือโดยชอบใจว่าต้องกันกับทิฐิของตัว
อย่าได้ยึดถือโดยเชื่อว่าผู้พูดสมควรจะเชื่อได้
อย่าได้ยึดถือโดยความนับถือว่าสมณะนี้เป็นครูของเรา
เ มื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นอกุศลธรรมเหล่านี้มีโทษ ธรรมเหล่านี้ผู้รู้ติเตียน ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้วเป็นไปเพื่อสิ่งไม่เป็นประโยชน์ เพื่อทุกข์เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรละธรรมเหล่านั้นเสีย
เมื่อใด ท่านทั้งหลายพึงรู้ด้วยตนเองว่า ธรรมเหล่านี้เป็นกุศล ธรรมเหล่านี้ไม่มีโทษ ธรรมเหล่านี้ท่านผู้รู้สรรเสริญ ธรรมเหล่านี้ใครสมาทานให้บริบูรณ์แล้ว เป็นไปเพื่อประโยชน์ เพื่อสุข เมื่อนั้น ท่านทั้งหลายควรเข้าถึงธรรมเหล่านั้นอยู่
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment