Sunday, October 03, 2004

วันที่ 22 กลับบ้าน

ตื่นตีห้าครึ่ง นั่งสมาธิถึงหกโมง แล้วนอนต่อลุกอีกทีแปดโมง อาบน้ำแต่งตัวเตรียมตัวออกเดินทางไปแวะบ้านที่ อ.สตึก จ.บุรีรัมย์ ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านแฟนประมาณ ร้อยกว่ากิโลเมตร

ก่อนกลับแฟนถามว่าได้ให้หนังสือแม่หรือยัง ก็เลยตอบว่าก่อนให้อยากอธิบายพื้นฐานให้ฟังก่อน โดยส่วนตัวแล้วก็อยากจะทำอย่างนั้นแต่ว่า ตอนนั้นมีความรู้สึกหวงหนังสือไม่อยากให้ขึ้นมาในใจ กิเลสโผล่ขึ้นมา สติก็เห็นทันที แต่ห้ามมันไม่ได้มันหวงก็ปล่อยให้มันหวงไป ขณะที่กำลังจะสตาร์ทรถออกมา ทันใดนั้นก็ลุกขึ้นมาหยิบหนังสือสองเล่ม เอาไปให้ป้ากับแม่ของแฟนซึ่งยืนอยู่ด้วยกัน แล้วก็พูดนิดหน่อย ขณะที่ให้นั้นมีโทษะเจือนิดหน่อยที่ไปขัดใจกิเลสมัน คือมันไม่อยากให้ แต่แฟนเขาอยากเอาให้ จิตก็เลยเหมือนทำประชด คิดว่า ณ ตอนนั้นบุญคงไม่เกิด คงเป็นศูนย์แน่นอน ไม่เป็นไรจะได้หรือไม่ได้ก็ช่าง อย่างน้อยกิเลสตัวหวงมันแพ้เรา แค่นี้ก็ดีใจแล้ว แล้วอีกอย่างหนึ่งที่รู้สึกดีก็คือถึงแม้ว่าจะเกิดอาการความรู้สึกหวง โกรธ ขึ้นมามีตัวรู้มองดูอยู่เห็นอิริยาบถความเป็นไปของจิตอย่างแจ่มแจ้ง

ขณะขับรถกลับบ้านก็ตามรู้กายไปเป็นระยะ คือส่วนใหญ่มันจะรู้เอง จู่ ๆ มันก็รู้สึกตัวขึ้นมา พอรู้สึกตัวก็จะเห็นลมหายใจบ้าง เห็นความคิดบ้าง หรือบางทีก็เห็นความรู้สึกสัมผัสระหว่างมือกับพวงมาลัยบ้าง มือกับเกียร์บ้าง เท้ากับคันเร่งบ้าง สลับกันไปมาอย่างนี้เรื่อย ๆ สลับกับความคิด

พอเดินทางไปถึงบ้านก็สวัสดีน้าสาวทั้งหลาย ทราบว่าท่านรออยู่ คือท่านกำลังจะเดินทางเข้ากรุงเทพ แต่พอทราบว่าเราจะมาก็เลยรอพบเราก่อน พอไหว้น้าเสร็จก็เลยเข้าไปสวัสดียายแล้วก็เล่ารายละเอียดที่จะบวชให้ฟัง เราจะไม่เอาพีธีการ หรืองานอะไรทั้งสิ้น เตรียมตัวให้พร้อม แล้วพอถึงวันก็กราบลาพ่อ แม่ ปู่ ย่า ตา ยาย แล้วก็เข้าวัด บวชเลย ยายก็รู้สึกดีใจตามประสาคนแก่ ที่มีหลานชายแค่สองคนคือผมกับน้องชาย แต่ยังไม่มีใครบวชให้เลย แล้วลูกทั้งหมดก็เป็นลูกสาวทั้งเจ็ดคน ยายเป็นคนชอบทำบุญอยู่แล้วแต่ท่านจะทำบุญเพื่อไปสวรรค์ แล้วก็ทำทานเพื่อเอาไว้กินไว้ใช้ชาติหน้าอย่างเดียว ถึงแม้จะไม่ใช่แก่นของพระพุทธศานา แต่ก็เป็นทางบวก เราก็ไม่ว่าอะไร ถือว่าดีแล้ว

หลังจากยายออกเดินทางไปกรุงเทพ ฯ ก็เลยเข้าไปกราบสวัสดีแม่ ได้คุยกันพอสมควร เราได้ให้หนังสือ ประทีปส่องธรรม กับ วิถีแห่งความรู้แจ้งแก่แม่เข้าใจว่าคงจะเป็นประโยชน์อยู่ตามสมควรเพราะแม่เป็นคนที่ศึกษาธรรมะมาเยอะเหมือนกัน แต่ คนละประเภทกับยาย คือแม่จะเข้าใจตามเหตุตามผล เป็นแก่นของพระพุทธศาสนา แต่ว่าอยู่ในระดับสัญญาเท่านั้น แต่แค่นี้ก็ดีมากแล้ว พอคุยเรื่องบวชกับแม่ แม่ถามว่า บวชแล้วจะไม่ไปเลยรึ เพราะใจมันมาทางนี้เยอะแล้ว นี่แสดงว่าแม่รู้ใจเราทั้ง ๆ ที่เราไม่เคยเล่าเรื่องการปฏิบัติอะไรต่าง ๆ ให้แม่ฟังเลยแม้แต่น้อย เราก็ตอบว่าจริง ๆ ก็อยากจะลองอย่างนั้นแหละ แต่ว่ามันติดปัญหาเรื่องเป็นหนี้ รัฐบาล ตอนกู้มาเรียนต่อปริญญาตรี ต้องออกมาใช้หนี้ก่อน ถ้าใช้หนี้หมดแล้วก็ว่ากันอีกที คุยกับแม่เรื่องชีวิตของมนุษย์ แม่ก็มีความคิดเห็นเดียวกับเราคือ ชีวิตมนุษย์เกิดมาดิ้นรนแทบตาย แล้วก็แก่ เสร็จแล้วก็จะตายทิ้งกันไปเฉย ๆ ยิ่งมองเห็น ปู่ ย่า ตา ยาย แล้วยิ่งเห็นชัดเจน ส่วนแม่นั้นก็เข้าใจเรื่องนี้ดีเพราะอายุก็เยอะแล้ว ความลำบากในชีวิตที่ผ่านมามันไม่มีอะไรเลย แล้วซักพักเดี๋ยวก็จะตาย ไม่มีอะไรเหลือ เราก็เลยแนะนำให้แม่อ่านหนังสือแล้วก็ปฏิบัติ บอกแม่ว่าอายุแม่ก็เยอะแล้ว ไม่ต้องรออะไรแล้ว แม่ก็รู้สึกจะเห็นด้วย

ย้ำคิด : จิตใจดวงนี้ทำร้ายตัวเองด้วยการย้ำคิดในสิ่งที่ทำให้เกิดทุกข์บ่อย ๆ

No comments: