หายใจเข้ารู้ หายใจออกรู้ ตลอดเวลาตั้งแต่ตื่นนอน จนเข้านอน แล้วทำทุกอย่างในชีวิตปกติเหมือนเดิม ง่าย ๆ แค่นี้ คือทางที่ถูกต้อง
ครบรอบสี่เดือนพอดีนับจากวันที่เริ่มปฏิบัติอย่างจริงจังแต่ไม่มีหลักการทำแบบมั่ว ๆ ตอนนี้ได้หลักการแล้ว วันนี้ไม่รู้ว่าเริ่มจากเวลาไหนกันแน่ แต่อ่านหนังสือชื่อ ๗ เดือนบรรลุธรรม จบเมื่อตอนหัวค่ำ ตามความตั้งใจเดิมที่วางไว้คิดว่าสิ่งศักสิทธิ์คงช่วยจริง ๆ เพราะอยากได้อะไรก็ดูเหมือนจะได้มาทุกครั้ง ดังที่ตั้งใจว่าจะเอา อานาปานสติกรรมฐานเป็นที่ตั้งรบกับกิเลส หนังสือเล่มนี้อธิบายได้ละเอียดและชัดเจนมาก แต่ตอนอ่านจบมีความไม่พอใจเกิดขั้นพอสมควรเนื่องจากท่านผู้แต่งได้สรุปว่าเป็นเรื่องที่สมมุติขึ้น ตอนอ่านใจมันมีอุปทานว่าเป็นความจริงตั้งแต่ต้น พอมาอ่านตอนท้ายแค่ประโยคเดียว เหมือนกับจิตมันจะคิดว่าสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดเป็นโมฆะไปหมดทั้ง ๆ ที่เนื้อความที่กล่าวมาทั้งหมดสมเหตุผลทุกประการไม่มีแม้แต่ประโยคเดียวที่จะแย้งได้ แค่อ่านจบก็ได้ความรู้แบบสัญญาแล้วว่า แม้แต่หนังสือธรรมะจิตมันก็ยังคิดว่าเป็นตัวเป็นตนเอาความมั่นหมายไปจับแล้วสุดท้ายก็ โดนเล่นงานจากอุปทาน ความมั่นหมายอีกจนได้
ตั้งใจจะเขียนบันทึกนี้ให้ละเอียดทุกกระเบียดนิ้วการปฏิบัติ เพื่อเช็คความก้าวหน้าของตนเอง เพื่อเป็นเครื่องเตือนตนไม่ให้ผิดซ้ำรอยเดิมเพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติหากคนอื่นสนใจ ก่อนนี้ตอนอ่านหนังสือจบใหม่ ๆ จิตมันยังอุตส่าเกิดโทษะ ว่าทำไมผู้เขียนต้องแต่งขึ้น ทำไมมันไม่เป็นความจริง ก็เลยเกิดอาการจะทำของตัวเอง ซึ่งเรื่องราวที่เราได้อ่าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแต่ง เรื่องจริง หรือนิยายมันไม่สำคัญหรอก นิยาย กับชีวิตจริงมันก็อันเดียวกันนั่นแหละ นี่คงเป็นนิยายอีกเรื่องนึงที่กำลังถูกแต่งอยู่กระมัง
ก่อนหน้านี้ได้รักษาศีลห้าไม่ให้ขาดตกบกพร่องมาระยะนึงแล้ว รู้สึกได้ว่าดีขึ้นแต่ไม่เท่าที่ควร พึ่งจะมารู้สาเหตุว่ามันไม่บริสุทธิ์จริง ๆ ในบางข้อมันจึงเป็นกระดำกระด่างอยู่ ขอทบทวนการปฏิบัติศีลแต่ละข้อดังนี้
ข้อ 1 คิดว่าทำได้ดีแล้วเพราะไม่ฆ่าเลยแม้แต่มดแมง ยุง ตัวเล็ก ๆ ช่วงแรก ๆ เกิดความลำบากนิดหน่อยแต่ตอนนี้สบายขึ้นเยอะ ไม่มีอะไรน่าหนักใจในข้อนี้
ข้อ 2 ลักทรัพย์ เคยคิดว่าเป็นของง่ายเพราะแค่ไม่ขโมยของคนอื่น บาทเดียวก็ไม่เอา ก็ได้แล้ว แต่ปรากฏว่าคิดพิจารณาดี ๆ ข้อนี้ยังด่างพร้อยอยู่พอสมควร ส่วนใหญ่จะเป็นคู่กรณีกับบริษัท เช่น ใช้อินเตอร์เน็ตของบริษัทในการไปอ่านเว็บ ธรรมมะ อ่านเมลล์ ของส่วนตัว ไปเรียนภาษาอังกฤษหลังเลิกงาน ใช้กระดาษและหมึกพิมพ์ของบริษัทในการพิมพ์สิ่งต่าง ๆ เพื่อตนเองถึงแม้จะเป็นเนื้อหาธรรมะก็ตาม เหล่านี้คงต้องหาทางออกให้ถูกต้อง อาจจะขออนุญาตจากบริษัทโดยตรงหรือไม่ก็ต้องใช้ ปัจจัยของตัวเอง ในการทำสิ่งเหล่านี้ อีกอย่างที่สำคัญและแก้ค่อนข้างยากก็คือการใช้ Software เถื่อน ไม่ต้องอธิบายมันผิดเต็มประตู แต่ก็น่าเห็นใจคนไทยที่เป็นการยากเหลือเกินที่จะหาเงินซื้อของแท้มาใช้ได้เพราะแพงเหลือเกินเมื่อเทียบกับค่าครองชีพ วิธีแก้ปัญหานี้ก็จะหันไปใช้ Freeware และ Open Source ให้เยอะเข้าไว้ จะใช้ของเถื่อนให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ต่อไปอะไรผิดจะต้องระวังไห้มากแม้เรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ พลาดไม้ได้
ข้อ 3 ข้อนี้ก็เคยคิดว่าสบายสำหรับตัวเองเหมือนกัน ต้องระวังให้มาก สายตา วาจา การกระทำเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็พลาดไมได้เหมือนกัน
ข้อ 4 ข้อนี้ปัญหาใหญ่ถึงแม้จะทำได้ดีมาแล้วในระดับนึง แต่พบว่าการที่ต้องพูดคุยกับคนในสังคงอยู่มาก ๆ นั้น การโกหกตรง ๆ เพื่อเจตนาทำให้เขาเดือดร้อนนั้นไม่มีอยู่แล้ว แต่ว่าส่วนย่อย ๆ ที่บางครั้งดูจะเป็นมารยาททางสังคม เป็นการถนอมน้ำใจ หรือกระทั่งเป็นการตอบคำถามเพื่อให้หัวหน้าสบายใจโดยเบี่ยงเบนความจริงบ้าง การเล่นมุข เล่าตลก พูดเรื่อง เพ้อเจ้อ ไร้สาระ ยังมีอยู่มาก ข้อนี้ต้องพัฒนาอีกเยอะ
ข้อ 5 ข้อนี้ง่าย และตรง ๆ แค่ไม่กินแล้วก็ไม่อยากกิน ไม่อยากให้คนอื่นกินด้วย ตรง ๆ ไม่ลำบากอะไร
การภาวนาวันนี้เริ่มได้ดี แม้จะขับรถ ไปเดินในห้างสรรพสินค้าจิตก็ระลึกรู้ลมหายใจอยู่เป็นระยะ ไม่ห่างกันมากนัก ที่เป็นเช่นนี้เพราะได้ตามดูจิตมาก่อนแล้วระยะนึงซึ่งก็คงเป็นผลที่ได้มาวันนี้นอนดึกมาก ตีสามกว่าแล้วที่ดึกก็เพราะมานั่งเขียนบันทึกนี้นี่แหละ
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment