ลุกตอนหกโมงเช้าเพราะเพลีย เข้านอนดึกไปหน่อย ผิดเวลา ถ้าหากนอนผิดเวลาก็ทำให้การตื่นมีปัญหาเหมือนกัน ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นเหตุเป็นผลกันหมดไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้นโดยไม่มีเหตุ
เมื่อก่อนเคยสงสัยว่าพระท่านที่บวชนาน ๆ ท่านสามารถควบคุมความกำหนัดทางเพศได้อย่างไร ในเมื่อมันเป็นธรรมชาติของมนุษย์ หลังจากปฏิบัติมาระยะหนึ่ง ตอนนี้เริ่มจะเข้าใจแล้ว ความกำหนัดทางเพศมันจะมีเกิดขึ้นเป็นระยะ เป็นธรรมดา โดยปกติเมื่อมันเกิดขึ้นเราก็จะตอบสนองมันด้วยวิธีการต่าง ๆ ไม่โดยทางตรงก็ทางอ้อม แล้วพอมันได้มันก็ได้ใจมันก็จะเกิดความอยากขึ้นอีก แล้วมันก็จะได้อีก แล้วมันก็จะไม่หยุดอยู่แค่นั้น มันก็จะหานั่นหานี่มาเพิ่มเติมเรื่อย ๆ หารูปโป๊มาดู หาหนังสือโป๊มาอ่าน แล้วสิ่งเหล่านี้ก็จะส่งเสริมกันไปเรื่อย ๆ กิเลสมันก็ส่งเสริมกิเลสด้วยกันเอง ธรรม ก็ส่งเสริมธรรมเช่นเดียวกัน พอเกิดความอยากขึ้นมา ไม่ต้องทำอะไร ไม่ต้องไปตอบสนองความอยาก ให้ดูความอยากที่เกิดขึ้นสักพักมันก็จะหายไปเองตามกฏของไตรลักษณ์ แล้วปัจจัยแวดล้อมที่ส่งเสริมมันเช่นรูปภาพวีดีโอ หรือหนังสือ สิ่งเหล่านี้เราจะได้ใช้มันก็เมื่อมันมีความอยากนี่แหละ พออยากดูก็ไปเปิดดู ไปหาดู พอดูแล้วก็เป็นปัจจัยให้อยากอย่างอื่นอีก พอเรานั่งดูความอยากแล้วไม่ตอบสนองความอยาก มันก็ลดลงแล้วก็หายไปเอง พวกหนังสือ วีดีโอ อะไรต่าง ๆ ก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป เอาทิ้งได้เลยไม่มีความจำเป็นอีกต่อไป พอทำไปสักระยะความอยากจะเกิดขึ้นน้อยมากแทบจะไม่เกิดเลย ถึงแม้เกิดก็จะดับไปอย่างรวดเร็ว หมดปัญหาสำหรับเรื่องนี้ บางคนอาจจะสงสัยว่า แล้วอสุจิที่ร่างกายผลิตขึ้นมาตามธรรมชาติละ มันจะไปอยู่ไหน ช่วงแรก ๆ มันก็ฝันหรือที่เรียกว่าฝันเปียกนั่นแหละ ประมาณสองสามสัปดาห์มันก็จะฝันทีนึง ก็จะฝันว่าได้มีอะไรกับคนที่ใกล้ชิดอาจจะเป็นแฟน คนรู้จัก หรือคนอื่น ๆ ที่ใกล้ชิด บางครั้งอาจจะเป็นญาติพี่น้องด้วยซ้ำ อันนี้ไม่ต้องกังวลเพราะมันเป็นความฝัน พระพุทธเจ้าท่านว่ามันไม่ผิดเพราะช่วงที่ฝันเป็นช่วงที่เหนือการควบคุมของสติ แต่พออยู่ไปสักระยะ ความฝันก็จะค่อย ๆ ดีขึ้น แม้แต่ความผิดที่จะทำในฝันยังไม่ค่อยจะมีเลย ส่วนเรื่องการฝันที่เป็นเรื่องเป็นราวมันก็จะไม่ฝันแล้ว ตอนตื่นนอนค่อยรู้ตัวว่าอสุจิมันเคลื่อนออกมาแล้วโดยที่ไม่ได้ฝันเลย หรือมันอาจจะฝันแต่เราไม่ได้รับรู้ก็ได้ เอาเป็นว่าเราไม่รู้ก็แล้วกัน
วันนี้จะฝากหนังสือและแผ่น CD ประวัติหลวงปู่มั่น ไปกับพี่ปิ่นไปให้พี่รัตน์ ก็เลยลองเปิดฟังอีกรอบ เกิดกำลังใจขึ้นเป็นอย่างมาก หลังจากที่ใจตกต่ำมาสองสามวัน ถ้าเกิดจิตใจเกิดหลงทางลงเหว ให้กลับมาฟัง CD ประวัติหลวงปู่มั่น จะได้กลับเข้าถูกทาง และความทุกข์ก็จะเบาบางลงไปในตัว
ได้เจอกับพี่ปิ่นครั้งแรกก็ดีใจที่ได้เจอเพื่อนร่วมทางธรรมอีกคนพี่เขาเอาหนังสือมาให้หลังจากที่สั่งพิมพ์ไปแล้ว และพี่เขาก็มาเป็นพธีกรให้การบรรยายของอาจารย์กำพลในหัวข้อ จิตสดใส แม้กายพิการ
นั่งฟังอาจารย์กำพล พูดได้ข้อคิดตามสมควร เนื้อหาส่วนใหญ่เราเข้าใจดีอยู่แล้ว แต่ปฏิบัติไม่ได้ถึงท่าน ท่านทำได้ไปไกลแล้ว
เบาบาง : จิตใจเวลามันจะเบามันก็เบาของมันเอง เราบังคับมันไม่ได้ แต่เราทำเหตุให้มันมีผลอย่างนั้นได้
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment