ตื่นนอน 6:15 เนื่องจากตั้งนาฬิกาปลุกไว้ไม่คิดจะตื่นตีห้าตามกำหนดการเพราะนอนดึกมาก พอเริ่มรู้สึกตัว รู้สึกว่าเพลียมากแทบไม่มีกำลังแต่ก็ฝืนลุกขึ้นมาได้ สังเกตุได้ชัดเจนว่าถึงแม้ร่างกายจะสลึมสลือเมื่อเริ่มรู้สึกตัว จิตก็เริ่มคิดทันที ภายในสองสามความคิดแรกที่วิ่งเข้ามา เริ่มจับลมหายใจทันที แต่ได้แค่สองสามรอบก็หลุดเพราะง่วงมาก นั่งเอ๋ออยู่พักนึง คิด สลับจับลมหายใจอยู่สองสามรอบจึงเดินไปเข้าห้องน้ำ จับลมหายใจ ได้เป็นระยะ ตอนที่อาบน้ำ จนกระทั่งออกมาแต่งตัว เดินไปขึ้นรถเพื่อทำงาน ระหว่างทางที่เดินไปจับลมหายใจได้ทีละ สองสามรอบแล้วก็หลุด แต่หลุดไม่นานแล้วก็กลับมาจับได้ใหม่ ทำอย่างนี้ได้ตลอดจนกระทั่งเดินไปรอขึ้นรถ ก็ยังจับได้สลับหลุด อยู่ตลอด พอขึ้นไปนั่งบนรถ จับได้บ้างไม่ได้บ้าง แล้วก็เผลอหลับไป ตื่นมาอีกที รถถึงบริษัทแล้ว ก็เริ่มจับใหม่เดินไปจนถึงโต๊ะทำงาน ก็จับได้สลับกับหลุดอยู่เรื่อย ๆ จับได้ไม่นานแต่ก็หลุดได้ไม่นานเหมือนกัน พอแปดโมงตรงเริ่มทำงาน ก็ตั้งหน้าตั้งตาทำงานไป พบว่าหลาย ๆ ช่วงจับลมหายใจได้เหมือนกัน คือช่วงไหนว่างจากความคิด ก็จะจับลมหายใจได้นิดนึงสองสามรอบ แล้วก็ทำงานต่อ ทำได้อย่างนี้จนกระทั่งเที่ยง เดินไปกินข้าวลมหายใจหายสนิท รู้สึกตัวอีกทีตอนขึ้นมานั่งอยู่หน้าโต๊ะทำงานเหลือเวลาอีกสิบนาทีก่อนบ่ายโมง จึงลองนั่งดูลมหายใจ บางครั้งได้ห้าถึงหกรอบแล้วก็หลุดสลับไปมาจนกระทั่งถึงบ่ายโมงจึงเริ่มทำงาน รู้สึกได้ชัดเจนว่าถึงแม้จะลองทำแค่ 10 นาทีแต่ รูสึกดีมาก
เมื่อเริ่มทำงานช่วงบ่าย ตลอดเวลาสี่ชั่วโมงลมหายใจหายไปไหนไม่รู้เห็นแค่แวบ ๆ สองสามครั้งตอนเดินไปห้องน้ำ ทั้งรู้สึกเพลียพอสมควร พอตอนจะเลิกงานจึงเห็นลมหายใจอีกรอบ เมื่อสายตามองออกไปที่โต๊ะทำงานด้านหน้าซึ่งมีเพื่อนร่วมงานอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดความรู้สึกที่แตกต่าง ขึ้นทันที ระหว่างเรา กับคนอื่น มีความรู้สึกหลายอย่างเกิดขึ้นพร้อม ๆ กันคือ รู้สึกภูมิใจในตัวเองว่าตัวเองเป็นคนที่เหนือกว่าคนอื่น เห็นคนอื่นนั่งทำอะไรกันก็ไม่รู้ ทำไปตามกรรม ตามกิเลสที่มันสั่งให้ทำ ไม่มีใครเลยที่จะดิ้นรนให้ตนเองหลุดจากกองกิเลส นั่งกอดกิเลสกันอยู่นั่นแหละ แต่ความรู้สึกเหงา ก็ตามขึ้นมาทันที เอ....แล้วทั้งบริษัทซึ่งมีคนหลายพันคนนี่ มีเราเพียงคนเดียวเองรึที่กำลังหาทางดิ้นรนเพื่อหลุดพ้นก็รู้สึกเหงาอยู่เหมือนกันนะ เอ...หรือว่าเราเป็นบ้าอยู่คนเดียว กำลังทำอะไรที่คนอื่นเขาไม่ทำกัน แล้วไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไปแล้วมันจะได้เหมือนอย่างทฤษฎีที่อ่านมาหรือเปล่า ทำง่าย ๆ แค่นี้มันจะได้จริง ๆ หรือ แต่ถ้ามองอีกมุมนึง หรือว่าเขาบ้ากันทั้งบริษัท แต่เรากำลังจะเลิกบ้า ชั่งมัน เก็บของเดินมาขึ้นรถกลับบ้าน ลมหายใจไม่ค่อยเห็น เพราะหลับบนรถอีกตามเคย จนกระทั่งเดินกลับมาถึงห้องก็จับไม่ค่อยได้ ช่วงบ่ายจนถึงเย็นแทบไม่เห็นลมหายใจเลยจริง ๆ
วันนี้เริ่มปัดกวากศีลข้อที่ไม่บริสุทธิ์ให้เริ่มบริสุทธิ์ ได้พอสมควรเหมือนกัน เช่นไม่ใช้อินเตอร์เน็ตของบริษัทเพื่อการส่วนตัว แทบจะไม่ใช้เลย บาร์โค้ดเครื่องคอมพิวเตอร์ที่ให้ รปภ. ตรวจ แต่ก่อนทำบาร์โค้ดขึ้นมาเองเพื่อแปะไว้ข้างหน้าให้เขาตรวจเพราะ ตรวจข้างหลัง ค่อนข้างยุ่งยาก แต่มามองดูมันเป็นการโกหกเขาชัด ๆ ก็เลยแกะออก ต่อไปลำบากอีกนิดหน่อย เปิดให้เขาดู แต่ก็สบายใจ ว่าศีลได้บริสุทธิ์ขึ้นมาอีกระดับแล้ว
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment