ตื่นสายอีกแล้ว ลมหายใจก็ผลุบ ๆ โผล่ ๆ หายไปนาน โผล่มาแป็บเดียวก็หายไปอีก นั่งรถไปทำงาน อาการเคลิ้ม ๆ ครึ่งหลับครึ่งตื่น พยายามหาจุดที่จะเป็นสมาธิ สุดท้ายได้ตรงปาก ระหว่างฟันกับฟัน คือพยายามให้มันขบกันแบบแตะกันพอดีอยู่ตลอดเวลา แต่พอเคลิ้มหลับไปมันก็อ้าปากออกทีละน้อย ๆ พอรู้สึกตัวก็ขบใหม่ พบว่าขณะง่วงนอนนี่ ควบคุมสติยากมาก
ก่อนหน้านี้พอตื่นขึ้นมาก็ประกาศสงครามกับกิเลสกันเลย อะไรที่เป็นกิเลสไม่ยอมมันอย่างเดียว แพ้บ้างชนะบ้าง ร้อยละ 90 แพ้ราบคาบ พอรบกับมันเจ็บตัวทุกที คำว่าเจ็บตัวคือเป็นทุกข์นั่นเอง เช่นจะทำบุญเยอะหน่อย ไอ้ความกิเลสความตระหนี่ มันก็ตะครุบมือไว้ มันบอกว่าเยอะเกินไปเดี๋ยวเงินไม่พอใช้นะ แนะ คราวนี้ถ้าเราฝืนทำ มันก็เกิดความทุกข์เล็ก ๆ ตะหงิด ๆ ตามมาเป็นระยะ แต่ถ้าเราไม่ทำเลย มันก็มีอีกฝ่ายนึงทำให้เป็นทุกข์ตะหงิด ๆ เกิดเหมือนกัน คือมันจะกังวลว่า น่าจะทำนา ไม่น่าเป็นคนเลวขนาดนี้เลย ทำบุญแค่นี้บอกเยอะ แล้วทีไปใช้อย่างอื่นไม่เห็นเคยบ่นซักแอะ แนะ ไม่ให้ก็เจอไอ้นี่เล่นงานอีก จะเอายังไงกันแน่ ไอ้ฝ่ายหลังนี่ไม่รู้ว่าจะเรียกว่าฝ่ายดีได้หรือเปล่า เพราะ ถ้ามันดีทำไมมันทำให้เกิดทุกข์ละ เป็นคนไม่ดีก็ทุกข์ เป็นคนดีก็ยังทุกข์อยู่ดี แต่เป็นคนดีทุกข์น้อยกว่าหน่อย ก็เลยหันหน้ามาคุยกัน ตอนบ่ายพี่ปิ่นส่งเมลล์มาเรื่องร่วมพิมพ์หนังสือ ต้นทุนเล่มละ 12 บาท ถ้าหนังสือดีจะพิมพ์ซักร้อยเล่ม แต่ไม่รู้รายละเอียดก็เลยว่าจะช่วยซัก 20 เล่มเป็นการทำบุญปกติ แต่ไอ้ตัวกิเลสมันบอกว่าเยอะไป ก็เลยคุยกับมัน มันบอกว่า 10 เล่มให้ได้ไม่ลำบาก ก็เลยทำตามมัน คิดดูขนาดทำบุญยังต้องฟังกิเลส แต่ทำแบบนี้ดีอย่าง คือทำแล้วสบายใจไม่เกิดความทุกข์ภายหลัง จิตใจเบิกบาน แต่เราก็ไม่ได้เจรจากันทุกเรื่องนะ เรื่องไหนตกลงกันไม่ได้ก็รบกัน ต่อไปว่าจะไม่เขียนไอ้ความคิดแบบนี้แล้วเพราะมันเยอะเกินไป แล้วก็เสียเวลาด้วย นั่งพิมพ์วันนึงเสียเวลาเป็นชั่วโมง เอาเวลาไปตามดูลมหายใจดีกว่า ซึ่งสิ่งที่พิมพ์ลงไปไม่มีอะไรมาก มีแต่ความฟุ้งซ่านอย่างเดียวเท่านั้น ต่อไปจะเน้นเฉพาะรายงานการตามลมหายใจเป็นหลักเท่านั้น
Subscribe to:
Post Comments (Atom)
No comments:
Post a Comment